Tel : 081-104-9999

:3 :5 คืออะไร

GcgGE2xc77
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องสำหรับการอ่านหุ้นขั้นสูงลึกไปซักนึดนึง ถ้าคนที่ไม่มีความรู้เรื่อง Elliott Wave อาจจะไม่เข้าใจ ไว้ผมเขียนบทความเรื่องอื่นแล้วค่อยกลับมาดูได้ครับ

ผมเข้าใจว่าหลายสำนักจะบอกว่า รูปแบบของ Flat ต้องประกอบไปด้วย :5 :3 :5 ความหมายที่เค้าอธิบายคือ คลื่น แรกต้องมี 5 คลื่น คลื่นที่สองมี 3 คลื่น และคลื่นสุดท้ายมี 5 คลื่น และใน Zig Zag ต้องประกอบไปด้วย :3 :3 :5 หมายความว่า คลื่น a จะเป็น :3 หรือว่า :5 ก็ได้แล้วแต่ว่าจะเป็น Flat หรือ Zigzag คลื่น b จะเป็นได้แค่ :3 และ คลื่น c เป็นได้แค่ :5 เท่านั้น

ดังนั้นเมื่อนับคลื่นย่อยทุกคนจะพยายามนับให้เป็น :3 :3 :5 หรือว่า :5 :3 :5 เพื่อที่จะไม่ผิดกฎ แต่จริงๆแล้ว :3 :5 ไม่ได้หมายถึงจำนวนคลื่นที่ปรากฏอยู่ แล้วหมายถึงอะไร

ความจริงแล้ว :3 กับ :5 หมายถึงแรงในการซื้อ หรือว่าทรงของคลื่นที่ปรากฏอยู่ในคลื่นแรก :3 หมายถึงคลื่นที่อ่อนแอ จึงเป็นในรูปแบบของ Sideway ไม่เป็นคลื่นที่มั่นคงและรุนแรง ซึ่งจะแตกต่างจาก :5 ที่หมายถึงแรงในการซื้อขายที่ชัดเจนมีพลัง

แล้วทำไมคลื่น b ต้องเป็น :3?

การที่คลื่น b เป็น :3 หมายถึงสภาพที่อ่อนแรง คือไม่มีแรงที่จะขึ้นเป็นเทรน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของคลื่น b ถ้าหากคลื่น b :5 เป็นเทรนขึ้นมาแสดงว่ามีการนับคลื่นผิด ต้องทำการเริ่มต้นนับใหม่

แล้วทำไมคลื่น สุดท้ายทั้ง Flat และ Zigzag เป็น :5?

โดยปรกติแล้วขาสุดท้ายหรือว่าขา c จะเป็นขาที่มีการขึ้นหรือว่าลงที่เป็นเทรน หมายถึงมีการขึ้นลงที่ชัดเจน เป็นลักษณะของเทรนขาขึ้นหรือว่าขาลง ทำให้เกิดแรงที่เป็น :5 แต่เมื่อพิจารณาในกราฟแล้วบางครั้งจะพบว่า เทรนขา c ไม่ได้เป็นรูปแบบเทรนเสมอไป จะพบได้มากว่าคลื่น c เป็นคลื่นที่อ่อนแอ คือเป็น :3 และเมื่อพบว่าขา c เป็น :3 สิ่งที่จะตามมาคือ ราคาจะขยับตัวสวนทางอย่างรวดเร็ว หมายความว่า ถ้ามุมมองในหุ้นที่เป็นขาขึ้น แล้วพบว่าขา c เป็น :3 ราคาจะไปไม่ถึงเป้าของราคาที่ควรจะเป็น เป้า Flat จาก 138.2% อาจจะเหลือ แค่ 100% หรือว่าไปได้แค่จุดสูงสุดของคลื่น a เท่านั้นไม่เกิด high ใหม่ และถ้าพบว่าคลื่น c เป็น :5 ในบางครั้งราคามักจะเลยเป้า คือเลยจากเป้า Elongated Flat ไปที่ 200% ได้

แล้วถ้าหากคลื่น c เป็น :3 แล้วราคาไม่ทิ้งตัวลงมา?

ในกรณีที่คลื่น c ราคาไม่เป็นเทรนแต่ว่ามีการย่อตัวขึ้นมา จะสามารถเป็นไปได้ 3 ทางคือ 1.คลื่นที่ปรากฏอยู่ไม่ใช้คลื่น c แต่ว่าเป็นคลื่น b 2. รูปแบบยังไม่จบอาจจะมีคลื่นหลังจากนี้เป็นรูปแบบสามเหลี่ยม 3.ยังไม่ถึงเวลาที่หุ้นจะลงมา

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เราสามารถตรวจสอบความน่าจะเป็นไปของคลื่นและตรวจสอบการจบของคลื่นได้ครับ

ถ้าหากดูของเก่าจะศึกษาได้ง่ายว่าตัวไหนอยู่ในเทรนอะไร แต่ถ้าหากหุ้นกำลังขึ้นอยู่ต้องมีวิธีการดูว่าลักษณะของคลื่นเป็น :3 หรือว่า :5 ซึ่งรายรายเอียดปลีกย่อยจะมาบรรยายในคลาสเรียน

ถ้าหากดูของเก่าจะศึกษาได้ง่ายว่าตัวไหนอยู่ในเทรนอะไร แต่ถ้าหากหุ้นกำลังขึ้นอยู่ต้องมีวิธีการดูว่าลักษณะของคลื่นเป็น :3 หรือว่า :5 ซึ่งรายรายเอียดปลีกย่อยจะมาบรรยายในคลาสเรียน

Share this post with your friends

Share on facebook